พี่เลี้ยงเด็ก : กับสิ่งที่พ่อแม่ควรสัมภาษณ์ก่อนเริ่มงาน

แชร์บทความนี้

พี่เลี้ยงเด็ก : กับสิ่งที่พ่อแม่ควรสัมภาษณ์ก่อนเริ่มงาน

          ตำแหน่งพี่เลี้ยงเด็กในปัจจุบันกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก เพราะคุณพ่อคุณแม่สมัยใหม่ยังคงต้องออกจากบ้านไปทำงานรวมถึงธุระที่ต้องจัดการประจำวันทำให้ตำแหน่งพี่เลี้ยงเข้ามามีบทบาทช่วยแบ่งเบาการดูแลลูกน้อยของคุณ แต่ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่มักจะกังวลเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการดูแลเด็กของพี่เลี้ยงว่าสามารถดูแลได้จริงและทำได้ดีแค่ไหน ดังนั้นนายจ้างทจึงควรมีการสัมภาษณ์งานก่อนรับเข้าทำงานจริง มายน์โฮมเซอร์วิสของเราจึงขอรวบรวมคำถามสำหรับการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กเพื่อเป็นแนวทางให้คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาผู้ช่วยที่ตรงใจคุณมากที่สุดค่ะ

 

1.ประวัติส่วนตัว : ในการสัมภาษณ์สิ่งแรกที่จำเป็นต้องสอบถามคือประวัติส่วนตัว เช่นชื่อ อายุ ที่อยู่ น้ำหนัก-ส่วนสูง พื้นฐานภูมิลำเนาฯ เกี่ยวกับตัวของพี่เลี้ยงเอง ซึ่งประโยชน์ของการสอบถามประวัติส่วนตัวนั้นนอกจากจะทำให้รู้จักพี่เลี้ยงในเบื้องต้นแล้วข้อมูลเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมการตัดสินใจของคุณ เช่น อายุที่เหมาะสมกับงานว่าสามารถวิ่งตามเด็กอายุ 1ขวบกว่า ซึ่งเป็นวัยหัดเดินได้หรือไม่ น้ำหนัก-ส่วนสูงที่อาจมีผลกับงานดูแลเด็ก เป็นต้น

 

2.ประวัติการทำงาน  : สิ่งสำคัญที่สุดในการสัมภาษณ์งานคือคำถามเกี่ยวกับประวัติการทำงาน เพราะเเน่นอนว่าการจ้างงานคือการคาดหวังในประสิทธิภาพและผลของงานที่จะเกิดขึ้น นายจ้างจึงต้องสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับงานเดิมที่พี่เลี้ยงเด็กเคยผ่านงานมา เช่น เคยดูแลเด็กอายุเท่าไหร่? รายละเอียดงานที่เคยทำ ทำอะไรบ้างต่อวันฯลฯ เพื่อทำการเปรียบเทียบว่างานที่พี่เลี้ยงเคยทำมานั้นใกล้เคียงกับรายละเอียดของท่านเพื่อให้ได้พี่เลี้ยงที่ตรงกับลักษณะงานมากที่สุดค่ะ

 

3.ปัญหาด้านสุขภาพ : แน่นอนว่าการดูแลเด็กในวัยที่กำลังเจริญเติบโตสิ่งที่ขาดไม่ได้คือสุขภาพความแข็งแรง และสุขอนามัยของพี่เลี้ยง  เนื่องจากงานที่ต้องสัมผัสและใกล้ชิดกับเด็กโดยตรง หากพี่เลี้ยงกำลังมีปัญหาด้านสุขภาพ เช่น มีโรคประจำตัว ก็อาจทำให้ประสิทธิภาพของงานลดลง หรือเป็นโรคติดต่อร้ายแรง นายจ้างจึงควรสอบถามปัญหาด้านสุขภาพก่อนรับเข้าทำงาน ที่สำคัญควรพาพี่เลี้ยงไปตรวจโรคติดต่อร้ายแรงที่อาจแพร่สู่ลูกน้อยของท่าน ซึ่งในปัจจุบันโรงพยาบาลหลายแห่งได้เปิดให้บริการโปรแกรมตรวจสุขภาพสำหรับพี่เลี้ยงเด็ก

โดยโรคที่นิยมตรวจเพื่อป้องกันโรคติดต่อระหว่างพี่เลี้ยงกับตัวเด็กคือ HIV (Human immunodeficiency virus)  , Hepatitis a (ไวรัสตับอักเสบ A ) , Hepatitis B (ไวรัสตับอักเสบ B) , วัณโรค เป็นต้น

พี่เลี้ยงเด็กทารกและแม่บ้านกึ่งพี่เลี้ยง

พี่เลี้ยงเด็กอ่อน

4.ข้อยกเว้นต่างๆ : ตำแหน่งพี่เลี้ยงเด็กโดยส่วนใหญ่จะเป็นการจ้างงานแบบอยู่ประจำที่บ้านนายจ้างเพื่อการดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ทำให้การอยู่ร่วมกันระหว่างสมาชิกใหม่อย่างพี่เลี้ยงเด็ก และครอบครัวของนายจ้างจึงต้องปรับเข้าหากัน ดังนั้นนายจ้างสามารถสอบถามพี่เลี้ยงเกี่ยวกับข้อยกเว้นต่างๆในด้านการทำงานหรือการพักอาศัย เพื่อให้เกิดความสบายใจของทั้งสองฝ่าย

 

5.การสาธิต  : การสัมภาษณ์งานผ่านการคุยหรือสอบถามอาจทำให้นายจ้างได้รู้ข้อมูลและประวัติการทำงานของพี่เลี้ยงเด็กเบื้องต้น แต่สิ่งสำคัญคือการปฏิบัติที่จะแสดงให้เห็นว่าพี่เลี้ยงทำงานได้จริงหรือไม่ อย่างไรก็ตามนายจ้างส่วนใหญ่มักจะลังเลกับความเสี่ยงที่จะจ้างพี่เลี้ยงโดยที่ยังไม่เคยเห็นการทำงานจริง เนื่องจากกลัวว่า การจ้างมาแล้วแต่ไม่สามารถทำได้ตามที่คุยไว้อาจทำให้เสียเวลาได้ จึงควรมีการนัดสัมภาษณ์และให้พี่เลี้ยงสาธิตการดูแลเด็กเพื่อให้นายจ้างได้ตัดสินใจเลือกพี่เลี้ยงที่สามารถทำงานได้จริง เช่น มายน์โฮมเซอร์วิสของเราได้ทดสอบงานของพี่เลี้ยงด้วยการซักประวัติและให้พี่เลี้ยงสาธิตวีธีการดูแลเด็กผ่านวีดิโอสัมภาษณ์เพื่อให้นายจ้างมั่นใจในตัวของคนที่จะเข้าไปดูแลลูกน้อยของเราได้อย่างสบา่ยใจ

 

 

ทั้งหมดนี้ถือเป็นเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆที่เราได้ยกตัวอย่างได้ใช้เป็นแนวทางในการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กก่อนเริ่มงาน เพราะมายน์โฮมเซอร์วิสเห็นถึงความสำคัญในการดูแลลูกน้อยของท่านและเืพ่อให้แน่ใจว่า นายจ้างจะได้พี่เลี้ยงเด็กที่ตรงกับความต้องการมากที่สุดค่ะ

Admin MHS 🙂


แชร์บทความนี้
Recent Posts
บริษัทจัดหางาน มายน์ โฮม เซอร์วิส จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ น. ๑๖๓๕/๒๕๖๑